►ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 27) และ คำสั่ง ศบค. ที่ 9/2564

โคโรนา 2019

User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 

            1. ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุก พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 27) ประกาศ ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2564 มีผลตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 โดยมีข้อกำหนดและข้อปฏิบัติดังนี้
                1.1 การปรับปรุงเขตพื้นที่จังหวัดตามพื้นที่สถานการณ์
                1.2 การห้ามออกนอกเคหสถาน
                1.3 การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่
                1.4 บุคคลที่ได้รับยกเว้น
                1.5 การกำหนดกรณียกเว้นเพิ่มเติม
                1.6 มาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง
                1.7 มาตรการควบคุมแบบบูรณาการเร่งด่วน เฉพาะในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดปริมณฑล
                1.8 การขนส่งสาธารณะ
                1.9 การเดินทางข้ามจังหวัด
                1.10 มาตรการป้องกันและรองรับผู้ติดเชื้อ
                1.11 มาตรการเพื่อมิให้มีการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารอันทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉิน
                1.12 การบังคับใช้มาตรการตามข้อกำหนด
            2. คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ 9/2564 เรื่อง พื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่ควบคุมและพื้นที่เฝ้าระวังสูง ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุก พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 27) ประกาศ ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2564 มีผลตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 กำหนดเขตพื้นที่สถานการเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด พื้นที่ควบคุมสูงสุด 24 จังหวัด พื้นที่ควบคุม 25 จังหวัด และพื้นที่เฝ้าระวังสูง 18 จังหวัด
            ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) พิจารณาแล้วให้ปฏิบัติดังนี้
            1. มาตรการตามข้อกำหนดดังกล่าวมีเจตนารมณ์เพื่อมุ่งจำกัดการเคลื่อนย้าย ลดการรวมกลุ่มของบุคคล และเร่งรัดมาตรการด้านการป้องกันและการควบคุมโรค การรักษาพยาบาล และการฉีดวัคซีนเพื่อลดความรุนแรงของโรค ขณะเดียวกันก็ยังคงมาตรการเพื่อให้ระบบเศรษฐกิจพื้นฐานยังคงดำเนินการต่อไปได้ซึ่งมาตรการเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน เพื่อให้ผ่านวิกฤตินี้ให้ผ่านพ้นไปด้วยกัน
            2. กรุงเทพมหานครและปริมณฑล (จังหวัดนครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคาร) ปฏิบัติตามมาตรการดังนี้
                2.1 ห้ามบุคคลออกนอกเคหสถานในระหว่างเวลา 21.00 - 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้นต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน นับแต่วันที่ข้อกำหนดฉบับนี้ใช้บังคับ กรณีบุคคลที่ได้รับการยกเว้นการห้ามออกนอกเคหสถานตามข้อกำหนด ให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรแสดงตนอย่างอื่น และเอกสารรับรองความจำเป็น เอกสารเกี่ยวกับสินค้า บริการการเดินทาง หรือหลักฐานอื่น ๆ ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
                     1) กรณีบุคคลที่ได้รับการยกเว้นการห้ามออกนอกเคหสถาน ได้แก่ การสาธารณสุข ขนส่งสินค้าเพื่อประโยชน์ของประชาชน การขนส่งหรือขนย้ายประชาชน การให้บริการหรืออำนวยประโยชน์หรือความสะดวกแก่ประชาชน และการประกอบอาชีพที่จำเป็น ให้หน่วยงาน หรือบริษัทหรือสถานประกอบการต้นสังกัด แล้วแต่กรณี เป็นผู้ออกเอกสารรับรองความจำเป็นฯ
                     2) กรณีอื่น ๆ นอกเหนอจากบุคคลที่ได้รับการยกเว้นตาม 1) ให้ขอเอกสารรับรองความจำเป็นฯ ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายอำเภอ ผู้อำนวยการเขต หัวหน้าสถานีตำรวจ หรือผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ตามตัวอย่างแบบรับรองความจำเป็นฯ
                2.2 มาตรการควบคุมแบบบูรณาการเร่งด่วนสำหรับสถานที่ กิจการ หรือกิจกรรมให้เปิดดำเนินได้ภายใต้เงื่อนไข เงื่อนเวลา การจัดระบบ ระเบียบ และมาตรการป้องกันโรคที่เข้มงวดยิ่งขึ้น ดังนี้
                      1) การจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม เปิดดำเนินการได้จนถึงเวลา 20.00 น. โดยห้ามการบริโภคในร้าน และให้ดำเนินการเฉพาะการนำกลับไปบริโภคที่อื่นเท่านั้น

                      2) ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ หรือสถานประกอบการอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน ให้เปิดดำเนินการได้จนถึงเวลา 20.00 น. และเปิดให้บริการเฉพาะการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและการบริการที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต
                      3) ร้านสะดวกซื้อ ตลาดนัด ตลาดโต้รุ่ง ถนนคนเดิน ให้เปิดดำเนินการได้จนถึงเวลา 20.00 น.
                      4) สวนสาธารณะ ลานกีฬา สถามกีฬาหรือสถานที่ออกกำลังกายที่เป็นพื้นที่โล่งแจ้งให้เปิดได้จนถึงเวลา 20.00 น.
                      5) ปิดสถานประกอบการนวดแผนไทย (รวมทั้งบริการนวดฝ่าเท้า) สปา สถานเสริมความงาม และสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สำหรับร้านเสริมสวย แต่งผมหรือตัดผม ให้เปิดดำเนินการได้ตามมาตราการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด
                      6) ห้ามการจัดกิจกรรมรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 5 คน โดยให้ถือปฏิบัติตามข้อห้ามและข้อยกเว้นตามข้อกำหนด (ฉบับที่ 25) ลงวันที่ 25 มิถุนายน 2564
                          กรณีกิจกรรมรวมกลุ่มของบุคคลที่พนักงานเจ้าหน้าที่ให้จัดกิจกรรมได้ หากประสงค์จะจัดกิจกรรมในช่วงระยะเวลานี้ ให้ผู้รับผิดชอบการจัดกิจกรรมดังกล่าวดำเนินการขออนุญาตต่อคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร หรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด แล้วแต่กรณี เพื่อตรวจสอบและทบทวนมาตรการป้องกันโรคในการจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับห้วงเวลาและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
                      7) โรงเรียน สถาบันการศึกษาหรือฝึกอบรม และสถานศึกษาต่าง ๆ ให้ถือปฏิบัติตามมาตรการที่ได้ประกาศไว้แล้วก่อนหน้านี้
                      ทั้งนี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่กวดขันการมั่วสุมประชุมกันเพื่อเล่นการพนัน ดื่มสุรา เสพยาเสพติด หรือการกระทำผิดกฎหมายอื่นใดอย่างเคร่งครัดและให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่
                 2.3 การเดินทางข้ามจังหวัด ให้ประชานหลีกเลี่ยงหรือชะลอการเดินทางข้ามพื้นที่จังหวัดในช่วงระยะเวลานี้โดยไม่มีเหตุจำเป็นเพื่อประโยชน์ส่วนรวม กรณีที่จำเป็นต้องเดินทางข้ามเขตพื้นทีอาจไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางและอาจต้องใช้ระยะเวลามากกว่าปกติ

**เอกสารรับรองความจำเป็น และแบบคำขอเอกสารฯ

กองทุนหลักประกันสุขภาพ

สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์

นายกเทศมนตรี


นายกเทศมนตรีตำบลบางปู

ปลัดเทศบาลตำบลบางปู


นางพริมลักษมณ์  ร่วมสุข
ปลัดเทศบาลตำบลบางปู
โครงการตู้เขียว
วีดิโอแนะนำเทศบาล
กองทุน สสส.











ลิ้งค์หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
stng
ginfo
mict
bb01
bc
protecttheking2
 
สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย








-รวมลิ้งค์น่าสนใจ-




Facebook ทต.บางปู